HUGBALL Board

HUGBALL Board => Motor Zone => ข้อความที่เริ่มโดย: Hugball ที่ 25-11-20, 07:18:08 AM

หัวข้อ: ชมภาพจริงและข้อมูลเต็ม Honda City e:HEV ซิตี้คาร์สายรักษ์โลก ในราคา 839,000 บาท
เริ่มหัวข้อโดย: Hugball ที่ 25-11-20, 07:18:08 AM
(https://image.hugball.net/Pic/Webboard/1606263485_1.jpg)

ฮอนด้าเปิดตัวรถซิตี้คาร์สายรักษ์โลกอย่างเป็นทางการในประเทศไทย Honda City e:HEV รถยนต์ใหม่รูปแบบ Full Hybrid ที่อัดแน่นด้วยออพชั่นเต็มสูบ ทั้ง Honda Sensing, Honda Connect ในคราบแต่งสปอร์ตสไตล์ RS ในราคา 839,000 บาท

(https://www.autodeft.com/_uploads/images/Honda%20City%20e%20HEV%202020%20Cover.jpg)

(https://www.autodeft.com/_uploads/images/Honda%20City%20e%20HEV%202020-24.jpg)

Honda City e:HEV ยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล The City Series มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อนแห่งอนาคตแบบ Full Hybrid กับระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) ที่มอบความสนุกสนานในการขับขี่ ด้วยสมรรถนะที่ทรงพลัง และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวที่ให้กำลังได้สูงสุด 109 แรงม้า แรงบิด 253 นิวตันเมตร กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ที่ให้กำลังได้สูงสุด 98 แรงม้า แรงบิด 127 นิวตันเมตร ผสมผสานกันทำงานได้รวมสูงสุด 126 แรงม้า พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 - 3,000 รอบต่อนาที ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 27.8 กิโลเมตร/ลิตร และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 85 กรัม/กิโลเมตร สามารถรองรับน้ำมัน E20

(https://www.autodeft.com/_uploads/images/Honda%20City%20e%20HEV%202020-86.jpg)

Honda City e:HEV ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงได้รับการติดตั้งในรถซิตี้คาร์ของฮอนด้า ด้วยการทำงานของกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ที่ช่วยตรวจจับวัตถุบนท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยแจ้งเตือนผู้ขับขี่และช่วยควบคุมในสถานการณ์การขับขี่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถมากยิ่งขึ้น โดยมีระบบการทำงานดังต่อไปนี้
- ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC)
- ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

(https://www.autodeft.com/_uploads/images/Honda%20City%20e%20HEV%202020-49.jpg)

และยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอันล้ำสมัย เช่น
- ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)
- ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)
- ระบบ Brake Hold อัตโนมัติ (Auto Brake Hold)
- ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
- ถุงลม 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า (Dual SRS) ถุงลมด้านข้าง (Side Airbags) และ ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)
- กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) ช่วยเพิ่มทัศนวิสัย
ในการถอย
- ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ช่วยป้องกันล้อล็อกเมื่อเบรกกะทันหัน และระบบกระจายแรงเบรก (EBD) บนพื้นถนนที่ลื่น
- ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist - VSA)
- ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist - HSA) 
- สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (Emergency Stop Signal - ESS)

ดีไซน์ภายนอกของ Honda City e:HEV ใหม่ ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Standing on the Edge” มาพร้อมโครงสร้างตัวถังแบบ Wide & Low ที่ให้ความสปอร์ตปราดเปรียว สะกดทุกสายตาด้วยเส้นสายที่เฉียบคม โดดเด่นด้วยด้วยดีไซน์สปอร์ตและสง่างาม อาทิ
- ไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
- ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED
- ไฟท้ายแบบ LED
- ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
- ระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติ เมื่อดับเครื่องยนต์
- กระจังหน้าแบบ Gloss Black พร้อมโลโก้ฮอนด้าสีฟ้า (H Mark)
- กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ต ปรับและพับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวในตัว
- สปอยเลอร์หลังแบบ Gloss Black พร้อมสัญลักษณ์ RS และ e:HEV
- เสาอากาศแบบครีบฉลาม
- ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ต
- แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต

ส่วนการออกแบบภายในนั้น Honda City e:HEV ออกแบบภายใต้แนวคิด “Ambitious Beauty” เน้นความเรียบง่าย ทันสมัย และแฝง
ความประณีตในทุกรายละเอียด โดยยึดหลักของฮอนด้าในการพัฒนา คือ “Man-Maximum Machine-Minimum” ด้วยการออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับสรีระ มีความกว้างขวางสะดวกสบายในทุกมิติทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ให้ความรู้สึกหรูหราและสวยงามด้วย
- เบาะที่นั่งหนังกลับดีไซน์สปอร์ต ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง
- ใช้เส้นสายแนวนอนเพื่อช่วยเพิ่มความรู้สึกโปร่งโล่งและสะดวกสบายในการขับขี่
- ภายในห้องโดยสารโทนสีดำ
- คอนโซลหน้าแบบ Piano Black พร้อมที่วางแก้วน้ำ
- คอนโซลกลางมาพร้อมที่วางแขนขนาดใหญ่
- พนักเท้าแขนด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมที่วางแก้วน้ำ
- มือจับเปิดประตูด้านในตกแต่งโครเมียม

ลงตัวกับทุกการใช้งานด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม ได้แก่
- มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว
- พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์
- ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors)
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และช่องปรับอากาศตอนหลัง เพื่อความสะดวกสบายในห้องโดยสาร มาพร้อมช่องจ่ายไฟสำรอง 2 ตำแหน่ง
- ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay พร้อม Google Maps และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI
- ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start)
- ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)
- ช่องเชื่อมต่อ USB จำนวน 2 ช่อง

Honda City e:HEV ยังเสริมเทคโนโลยีในการเชื่อมต่อกับรถยนต์อย่าง ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เทคโนโลยีเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ มาพร้อมหลากหลายฟังก์ชันการทำงาน โดยมี 8 ฟังก์ชันการใช้งานหลัก ที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวก และเพิ่มความปลอดภัยตลอดการเดินทาง

Honda City e:HEV ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีใหม่ สีน้ำเงินออบซิเดียน (มุก) สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) สีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) มีจำหน่ายเพียงรุ่นเดียวคือ Honda City e:HEV RS ในราคา 839,000 บาท

สัมผัส Honda City e:HEV ใหม่ ได้ที่บูทฮอนด้า A14 ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 37 (Motor Expo 2020) ตั้งแต่วันที่ 2 – 13 ธันวาคม 2563 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี และที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นไป