กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1


เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้ประกาศยุติการผลิต Mercedes-Benz CLS เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังมีรุ่นย่อย CLS 220 d AMG Premium เหลืออยู่ล็อตสุดท้าย ขายแบบโละที่ 3,880,000 บาท



Mercedes-Benz CLS 220 d AMG Premium ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ แถวเรียง ขนาด 1,950 ซีซี พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ มอบพละกำลังสูงสุด 194 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,800 รอบ/นาที ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลา 7.5 วินาที ปราดเปรียวอย่างมีสไตล์ด้วยชุดแต่ง AMG bodystyling พร้อมกระจังหน้าแบบ Star Pattern Radiator Grille รับกับชุดไฟหน้าอันเป็นเอกลักษณ์แบบ MULTIBEAM LED และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist Plus) ปลดล็อกและสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วย KEYLESS-GO Comfort Package ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยจาก AMG แบบ multi-spoke ขนาด 20 นิ้ว ช่วยเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นไปอย่างนุ่มนวล



ภายในห้องโดยสารของ Mercedes-Benz CLS 220 d AMG Premium มาพร้อมออปชั่นพิเศษแบบจัดเต็ม อาทิ หน้าจอแสดงผล Widescreen Cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 จอ เบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ต พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย และระบบปรับโหมดการขับขี่แบบ DYNAMIC SELECT เป็นต้น มอบประสบการณ์การเชื่อมต่อที่เหนือชั้นระหว่างระบบกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้วยระบบปฏิบัติการ MBUX และฟังก์ชั่น Music Streaming Service สามารถเชื่อมต่อสุนทรียภาพและชาร์จมือถือแบบไร้สายไปในตัว (Wireless Charging) เพิ่มความเร้าใจในทุกการฟังเพลงผ่านระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® พร้อมนำเสนออีกขั้นของความสะดวกสบายในทุกการขับขี่ด้วยระบบตัวช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist with PARKTRONIC) ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist) ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST) และระบบช่วยเบรกฉุกเฉินแบบแอคทีฟ (ACTIVE BRAKE ASSIST)



Mercedes-Benz CLS ล็อตสุดท้าย มาพร้อมส่วนลดกว่า 760,000 บาท ทำให้ราคาจำหน่ายของ CLS 220 d AMG Premium เหลือเพียง 3,880,000 บาท จากราคาเปิดตัว 4,640,000 บาท
2


ไตรมาสแรกของปี 2024 ทาง Geely Group หรือที่รู้จักอย่างเป็นทางการในชื่อ Zhejiang Geely Holding Group มียอดขายรถ 730,000 คันทั่วโลก ทำให้เป็นผู้ผลิตรถยนต์จีนรายแรกที่ติด 10 อันดับแรกของยอดขายทั่วโลกในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม ตามข้อมูลของ Nikkei Asia



Geely นั้น เรียกได้ว่าเป็นเจ้าของแบรนด์ที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Volvo และ Lotus รวมถึงแบรนด์ที่ผลิตเองอื่น ๆ เช่น Polestar และ Zeekr ทำให้แซงหน้า Mercedes-Benz Group และ BMW ของเยอรมนี เพื่อรักษาอันดับที่ 10 ในรายการด้วยปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 27% ต่อปี - เกินปี ในช่วงไตรมาสแรกของปีที่แล้ว Geely อยู่ในอันดับที่ 12 ของโลก

ส่วนโตโยต้า มอเตอร์ สามารถครองอันดับหนึ่งชาร์ตยอดขายทั่วโลกในไตรมาสที่ 1 ปี 2024 ด้วยยอดขาย 2.52 ล้านคัน (ลดลง 5% เมื่อเทียบเป็นรายปี) ตามมาด้วย Volkswagen Group ด้วยจำนวน 2.1 ล้านคัน (เพิ่มขึ้น 3%) และ Hyundai Motor Group ด้วยจำนวน 1.76 ล้านคัน (ลดลง 2%)

ส่วนของ BYD, Changan Automobile, Chery Automobile และ SAIC Motor ก็ติดอันดับยอดขายสูงสุด 20 อันดับแรกของโลก ซึ่งบริษัทจากจีนทั้งห้ารายเห็นว่าปริมาณการขายรวมของพวกเขาเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% เมื่อเทียบเป็นรายปี ในขณะที่การเติบโตของยอดขายโดยรวมของผู้ผลิตรถยนต์ 20 อันดับแรกอยู่ที่เพียง 2%
3


บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เดินหน้าแผนงานที่วางไว้ทยอยส่งมอบ NEW MG4 ELECTRIC LONG RANGE รุ่น V จากสายการผลิตในประเทศไทย ถึงมือลูกค้าแล้ว โดยผู้ที่สนใจสามารถชมและทดลอง NEW MG4 ELECTRIC ทุกรุ่นได้ ที่โชว์รูมทั่วประเทศ



หลังจากที่ เอ็มจี ประกาศราคาจำหน่าย NEW MG4 ELECTRIC ทุกรุ่นเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา  ซึ่งผู้บริโภคต่างให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดย NEW MG4 ELECTRIC รถแฮทช์แบคไฟฟ้าของ เอ็มจี เป็นโกลบอลอีวีรุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นบน NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ที่ดีไซน์มาเพื่อรถอีวีโดยเฉพาะ มาพร้อมหลากหลายจุดเด่นที่บ่งบอกเอกลักษณ์เฉพาะตัวของการเป็น “อีวีสายพันธุ์แท้” ที่ขับสนุกเร้าใจ



ไม่ว่าจะเป็น การกระจายน้ำหนักแบบสมมาตร 50:50 ตัวถังมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ (Low Centre of Gravity) ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังอิสระแบบ 5-Link Suspension ทำให้รถรุ่นนี้ มีสมรรถนะและการควบคุมที่ดีเยี่ยม เพียบพร้อมด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM มากถึง 26 ระบบ ถือเป็นโมเดลที่มีความครบครันทั้งสมรรถนะ ดีไซน์ เทคโนโลยี ความปลอดภัย ที่มาพร้อมกับความคุ้มค่าคุ้มค่า ด้วยราคาจัดจำหน่ายเริ่มต้นที่ 709,900 บาท ในรุ่น STANDARD RANGE ที่สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 423 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC และราคา 889,900 บาท ในรุ่น LONG RANGE ที่สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 540 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC



ซึ่งทำให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของและเข้าถึงยนตรกรรมคุณภาพได้ง่ายขึ้น รวมถึงรุ่นสมรรถนะสูงอย่าง XPOWER ที่มาพร้อมมอเตอร์คู่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 200 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง และวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 480 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ในราคาจำหน่ายที่ 1,119,900 บาท



นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในช่วงปี 2024 เอ็มจี สามารถทำยอดขาย NEW MG4 ELECTRIC เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ถึง 84% เอ็มจี ขอขอบคุณผู้บริโภคทุกท่านที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดีกับการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ NEW MG4 ELECTRIC ซึ่งภายในเดือนมิถุนายนนี้ จะสามารถส่งมอบรุ่น LONG RANGE ที่มีแบตเตอรี่ 64 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด ถึง 540 กิโลเมตร ต่อเนื่องจากช่วงเดือนเมษายนที่ได้ทำการส่งมอบ รุ่น STANDARD RANGE ถึงมือผู้บริโภคแล้ว ซึ่งทั้งสองรุ่นถือเป็นรถไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่ผ่านการประกอบจากไลน์การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ที่โรงงานของเอ็มจี ในประเทศไทย สำหรับผู้ที่สนใจสามารถ   



รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mgcars.com/th/mg-models/new-mg4-electric/overview หรือสามารถชมและทดลองขับได้ที่ศูนย์ผู้จำหน่ายรถยนต์ เอ็มจี กว่า 150 แห่ง ทั่วประเทศ
4


ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีแห่งความหลัง (พ.ศ. 2547, ค.ศ. 2004) ช่วงที่ตลาดรถยนต์ยังนิยมในส่วนของรถเก๋งกับรถกระบะกันมากที่สุดอยู่ แต่แล้วการเปิดตลาดใหม่ของรถอเนกประสงค์ SUV ในรูปแบบการทำรถกระบะดัดแปลง หรือที่เรียกว่า Pickup Passenger Vehicle (PPV) ก็เริ่มเข้ามาสู่ในตลาด และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา กับการมาของ Toyota Fortuner เจนแรกนั่นเอง



ถึงแม้ว่า Toyota Fortuner เจนแรก จะไม่ได้เป็นรถอเนกประสงค์ PPV รุ่นแรกที่จำหน่ายในประเทศไทย เพราะก่อนหน้านั้นมีมาทั้ง ISUZU Trooper และ ISUZU Cameo ในปี พ.ศ. 2536 (ค.ศ. 1993), ISUZU VEGA ในปี พ.ศ. 2541 (ค.ศ. 1998) (อ่าน ที่สุด 5 อเนกประสงค์ ISUZU…ยอดนิยมในความทรงจำของคนไทย ได้ที่นี่)ยังไม่รวมรถกระบะดัดแปลงจากฝีมือของไทยรุ่ง แต่ก็ต้องยอมรับว่า รุ่นที่เปลี่ยนให้คนหันมาขับรถอเนกประสงค์แบบ PPV กันอย่างนิยมแพร่หลายมาก ก็คือ Toyota Fortuner เจน 1 นี่แหล่ะ เพราะยอดจองช่วงนั้นถล่มทลาย รอรถกันแบบข้ามปีก็มี นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ตลาด PPV ก็เริ่มมีปริมาณส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก และค่ายรถยนต์เกือบทุกค่าต้องมีรถประเภทนี้ออกมาวางจำหน่ายด้วยเช่นกัน



Toyota Fortuner เจนแรก เริ่มเปิดตัวมาครั้งแรกช่วงปี 2004 ผลิตขึ้นมาจากหลากหลายประเทศ แต่ในช่วงแรกของการจำหน่ายในประเทศไทยนั้น เป็นการนำเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซียพร้อมกับ Toyota Innova รถอเนกประสงค์ MPV ที่แท็กซี่ในประเทศไทยนิยมนำไปใช้กัน โดย Toyota Fortuner เจน 1 มารวมกันทั้งหมด 3 รุ่นย่อยคือ รุ่น 3.0G ที่เป็นเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 เกียร์ธรรมดา 5 สปีด, รุ่น 2.7V มีเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 3.0V ลิตรเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด โดยเครื่องยนต์นั้น ตัวเบนซิน 2.7 ลิตร เป็นรหัส 2TR-FE 2.7 ลิตร 4 สูบแถวเรียง พร้อม VVT-i ให้กำลัง 160 แรงม้า แรงบิด 241 นิวตันเมตร ส่วนเครื่องยนต์ดีเซล เป็นรหัส 1KD-FTV 3.0 ลิตร 4 สูบแถวเรียง VN Turbo ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิด 343 นิวตันเมตร ทุกรุ่นเป็นระบบขับเคลื่อน AWD



รถมือสอง Toyota Fortuner เป็นรถอเนกประสงค์ในรูปแบบ 5 ประตู 3 แถว 7 ที่นั่ง มีภาพลักษณ์ที่ถูกใจคนไทยอย่างกว้างขวาง แถมยังมีรูปร่างที่ใหญ่บึกบึน และกำลังเครื่องยนต์แรงเป็นอันดับต้น ๆ ในตลาดช่วงนั้นเลย ทำให้เกิดยอดจองกันแบบมหาศาล จนทำให้ทางโตโยต้าไม่สามารถส่งมอบรถได้ทัน จนเกิดการรอรถกันระดับ 8-14 เดือนเลยทีเดียว และช่วงหลังเริ่มมีการขายใบจองกันระดับหลักหมื่นอีกด้วย เป็นการการันตีได้อย่างดีว่า ความนิยมของรถอเนกประสงค์ PPV รุ่นนี้มีมากขนาดไหน



แต่ในโฉมแรกของ Toyota Fortuner ที่ออกมาจำหน่ายนั้น ก็มีปัญหาการใช้งานเช่นกัน โดยปัญหาหลักที่พบมากที่สุดก็คือเรื่องเบรก ที่ไม่สามารถหยุดรถได้อย่างใจต้องการ จนทำให้เจ้าของรถหลายคนบ่นกันอุบ ต้องนำไปเปลี่ยนผ้าเบรกให้มีคุณภาพดีมากกว่าเดิม หรือไม่ก็ตัดใจเปลี่ยนจานเบรกชุดใหม่ให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิม เพื่อให้การเบรกนั้นทำได้ดีกว่าเดิมกันเป็นแถว รวมทั้งยังมีปัญหายิบย่อยเช่น พบรอยควันดำที่ช่องระบายลมภายในห้องโดยสาร หรือรถโยนตัวมากตอนเข้าโค้ง ต้องไปเปลี่ยนชุดโช๊คด้านหลังกันบ้างก็มี



ในช่วงก่อนทำการ Minor Change นั้น Toyota Fortuner ก็มีการปรับเล็กปรับน้อยในช่วงปี 2549 เช่นเพิ่มสีขาวมุก, เพิ่มหัวเกียร์หุ้มหนัง/แผงบังแดดกำมะหยี่/ระบบฟอกอากาศในช่องแอร์/ที่วางแก้วด้านผู้โดยสารตอนหลัง ในรุ่น V ปี 2550 เพิ่มรุ่นแต่งแบบสปอร์ตชื่อ Smart เข้ามาเพิ่ม และมีการเพิ่มระบบขับเคลื่อนล้อหลัง 2WD ในรุ่น 2.7 V มาเสริมด้วย จนมาถึงปี 2551 ก็ได้ทำการ Minor Change อย่างเป็นทางการ มีการปรับดีไซน์ของตัวแระจังหน้าใหม่, เปลี่ยนไฟหน้าให้เป็นแบบ Projector, ไฟท้ายใหม่, ล้อแม็กซ์ลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว, เพิ่มระบบความปลอดภัย VSC และ TRC, เปลี่ยนขนาดจานเบรกให้ใหญ่มากขึ้น พร้อมเพิ่มระบบเสริมแรงเบรก BA เข้าไปด้วย เพื่อแก้ปัญหาที่พบในตัวแรก, เพิ่มเครื่องเล่น DVD และระบบนำทางเข้ามา และยังเพิ่มรุ่น 2WD ในเครื่องยนต์ดีเซลเข้ามาอีกด้วย และมีการเพิ่มรุ่นแต่ง TRD Sportivo และ Aperto มาเสริมทัพในปี 2552



ขยับมาถึงปี 2554 (ค.ศ. 2011) Toyota Fortuner เจน 1 ได้ทำการ Big Minor Change เพื่อล้อไปกับ Hilux Vigo Champ ที่มีการปรับดีไซน์กระจังหน้าใหม่อีกครั้ง ให้เป็นแบบแถบโครเมียมซ้อนเป็นหลายแถวแนวนอน, ไฟหน้าแบบ Xenon Projector, กันชนหน้าแบบใหม่, ไฟท้ายทรงโดนัทแบบใหม่, กันชนท้ายใหม่, เพิ่มไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง แต่เครื่องยนต์ยังคงเดิมจนกระทั่งปี 2555 เครืองยนต์ดีเซล 3.0 ลิตรมีการปรับจูนใหม่ให้ได้พละกำลังที่มากกว่าเดิมเป็น 171 แรงม้า พร้อมเปลี่ยนเกียร์ลูกใหม่ให้เป็นอัตโนมัติ 5 สปีด และยังเพิ่มรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร รหัส 2KD-FTV 4 สูบแถวเรียง VN Turbo ให้กำลังสูงสุด 144 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 343 นิวตันเมตร เข้ามาประจำการอีก 1 หน่วย ตัดรุ่นเครื่องยนต์ 3.0 เกียร์ MT ออกไป แล้วใส่เกียร์ธรรมดา 5 สปีดลงในเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตรแทน ทำให้ช่วงนั้นเหลือเพียงรุ่น 3.0V AT AWD ที่เป็นระบบขับเคลื่อนทุกล้อเพียงรุ่นเดียว ที่เหลือคือ 3.0V AT, 2.7V AT, 2.5G AT และ 2.5G MT เป็นระบบขับเคลื่อนล้อหลังทั้งหมด และภายหลังก็มีเพิ่มพวกรุ่นพิเศษเช่น TRD Sportivo, เปลี่ยนรุ่นย่อยจาก 2.5G AT เป็นให้เป็น 2.5V AT เพิ่มอุปกรณ์ให้มากขึ้น เป็นต้น



Toyota Fortuner เจนแรก ถือเป็นรถมือสองที่ยังคงมีคนหาซื้อกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ยิ่งถ้าย้อนไปถึงช่วงที่ราคาน้ำมันดีดตัวสูงขึ้น จนทำให้รถยนต์หลายคันหันไปเปลี่ยนเชื้อเพลิงเป็นก๊าซ LPG และ NGV กันอย่างมากมาย ช่วงนั้นมีการหาซื้อรถมือ 2 Toyota Fortuner ในเครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร ที่ช่วงแรกมีแต่คนอยากขายทิ้งเพราะกินน้ำมันมากจนเกินจะรับไหว จับมาเปลี่ยนใส่ระบบก๊าซ LPG หรือ NGV ซะ เท่านี้ก็ได้รถขนาดไหน จุคนได้เยอะ แถมยังใช้แก๊สได้อีกด้วย จนทำให้กลายเป็นช่วงเวลาที่หาซื้อ Toyota Fortuner เครื่องยนต์เบนซินกันแทบไม่ได้เลย ถึงซื้อได้ ก็โดนโก่งราคากันแทบจะหลังหักกันไป



คนที่อยากหารถมือสองแบบครอบครัวมาใช้งานสักคัน ก็มักจะหันไปหาซื้อ Toyota Fortuner เจนแรก กันอยู่เสมอ แต่ก็บอกไม่ได้อย่างชัดเจนว่ารุ่นไหนที่มีคนตามหากันมากที่สุด โดยโฉมแรกปี 2004 ผ่านไป 20 ปีแล้ว ปัจจุบันยังมีการตั้งราคาจำหน่ายรถมือ 2 เอาไว้ตั้งแต่ 2 แสนกลางจนถึง 3 แสนกลาง ส่วนรุ่น Minor Change ครั้งแรก ราคาเริ่มสตาร์ทที่ประมาณ 3 แสนต้น วิ่งไปถึง 4 แสนกว่า บางคันเป็นรุ่นพิเศษก็มี 4 แสนปลายไปก็มีบ้าง ส่วนตัว Big Minor Change ส่วนใหญ่ราคาเริ่มต้นที่ 3 แสนปลาย อันนี้คงต้องดูสภาพรถให้ดี ส่วนรุ่นพิเศษทั้งหลาย ก็มีดีดข้ามไป 4 แสนก็มีหลายคันอยู่



สำหรับคนที่กำลังหารถมือ 2 ใช้สำหรับครอบครัว ขนาดรถใหญ่ ไม่จุกจิก มีกำลังเครื่องยนต์แรงไม่แพ้รถยนต์ใหม่ในปัจจุบันง่าย ๆ Toyota Fortuner เจนแรก ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าใช้งานไม่ใช่น้อย แถมเชื่อได้ว่าวันที่ขายต่อ ถ้าดูแลสภาพรถให้ดี อาจจะลดลงจากวันที่ซื้อไปไม่มากก็เป็นได้นะ
5
Sexy Room / (รูปภาพ เซ็กซี่ 18+) • แทมมี่ •
« กระทู้ล่าสุด โดย Hugball เมื่อ 09-06-24, 08:47:29 pm »












Model : Nutchanat Kaeoketsang
Photographer : Subharat Dasin
6
Sexy Room / (รูปภาพ เซ็กซี่ 18+) • ตาล •
« กระทู้ล่าสุด โดย Hugball เมื่อ 09-06-24, 08:45:05 pm »












Model : Pattamon Tuyasai
Photographer : Anek Kanangnanon
7
Sexy Room / (รูปภาพ เซ็กซี่ 18+) • Yyo Yae •
« กระทู้ล่าสุด โดย Hugball เมื่อ 09-06-24, 08:41:13 pm »













Model : Yyo Yae
Page : ZinyoR
8
Sexy Room / (รูปภาพ เซ็กซี่ 18+) • Ben •
« กระทู้ล่าสุด โดย Hugball เมื่อ 06-06-24, 07:52:20 pm »


















Model : Lalida Singho
Facebook : Hers
9
Motor Zone / BYD Seal U DM-I Plug-In Hybrid พร้อมลุยตลาดยุโรป
« กระทู้ล่าสุด โดย Hugball เมื่อ 29-05-24, 07:44:41 pm »


เรียกได้ว่านี่คือรถยนต์ PHEV ในยุโรปคันแรกของแบรนด์จีน โดยทาง BYD ที่เป็นบริษัทเบื้องหลังของรถไฟฟ้า Dolphin และ Seal ได้เปิดตัว Seal U SUV ในยุโรปช่วงฤดูร้อนนี้ พร้อมระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริดที่สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไกลถึง 78 ไมล์ หรือ 126 กม.



รถใหม่ BYD Seal U DM-I Plug-In Hybrid รุ่นนี้ ออกมาท้าชน Volkswagen Tiguan, Ford Kuga และ Toyota RAV4 มีตัวเลือกระบบส่งกำลังสามแบบให้เลือก รุ่นพื้นฐานมีตรา Boost กับเครื่องยนต์สี่สูบแบบอินไลน์ขนาด 1.5 ลิตร กำลัง 97 แรงม้า (98 PS) จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 195 แรงม้า (197 PS / 145 kW) มีกำลังรวมของระบบ 215 แรงม้า (218 PS / 160 kW) แรงบิด 300 นิวตันเมตร ที่ส่งกำลังไปยังล้อหน้า



ส่วนของรุ่นย่อย Comfort มาพร้อมกับชุดอุปกรณ์เดียวกันทุกประการ แต่เปลี่ยนแบตเตอรี่ 18.3 kWh ของ Boost เป็นชุดที่ใหญ่กว่า 26.6 kWh สามารถเดินทางได้ 78 ไมล์ (126 กม.) ด้วยไฟฟ้าล้วน และสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการพละกำลังมากขึ้นและเตรียมพร้อมที่จะเสียสละบางช่วง มีการออกแบบที่ล้ำสมัยซึ่งเพิ่มเทอร์โบชาร์จและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเข้ามาให้

ในรุ่น Design มอเตอร์ 201 แรงม้า (204 PS / 150 kW) ที่ขับเคลื่อนเพลาหน้าและหน่วย 161 แรงม้า (163 PS / 120 kW) ที่ ด้านหลังมีกำลังรวม 319 แรงม้า (324 แรงม้า) และแรงบิด 406 ปอนด์-ฟุต (550 นิวตันเมตร) แต่ขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าระยะทาง 43 ไมล์เท่านั้น



มาพร้อมกับการรับประกันความจุของแบตเตอรี่ 70 เปอร์เซ็นต์เป็นเวลาแปดปีหรือ 200,000 กม. (125,000 ไมล์) นอกเหนือจากการคุ้มครองส่วนที่เหลือของรถเป็นเวลาหกปีและ 150,000 กม. (93,750 ไมล์)
10


หลายคนอยากได้รถใหม่ แต่งบประมาณไม่พอที่จะซื้อรถป้ายแดง หรือไม่อยากได้รถใหม่ที่ราคาตกฮวบแบบน่าใจหาย การซื้อรถยนต์มือสองไม่เพียงแต่จะช่วยประหยัดเงินได้มาก แต่ยังสามารถให้คุณได้รถยนต์ที่มีคุณภาพและสภาพดี การทำความเข้าใจในขั้นตอนการซื้อและสิ่งที่ควรตรวจสอบจะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เราจึงมีข้อแนะนำสำหรับให้คูรเลือกซื้อรถมือสองกัน



คู่มือการซื้อรถยนต์มือสอง
การซื้อรถยนต์มือสองไม่เพียงแต่จะช่วยประหยัดเงินได้มาก แต่ยังสามารถให้คุณได้รถยนต์ที่มีคุณภาพและสภาพดี การทำความเข้าใจในขั้นตอนการซื้อและสิ่งที่ควรตรวจสอบจะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต



ขั้นตอนการซื้อรถยนต์มือสอง
กำหนดงบประมาณของคุณ

แน่นอนว่า การจะซื้อรถเพื่อเป็นเจ้าของนั้น “เงิน” เป็นสิ่งจำเป็นมากที่สุดในการเลือกซื้อรถมือสอง คุณควรกำหนดงบประมาณเอาไว้ก่อนเลย ว่าจะซื้อรถในช่วงงบประมาณที่ประมาณไหน แต่คุณจะมองแค่ตัวราคารถอย่างเดียวไม่ได้ เพราะจะต้องมองถึง ค่าธรรมเนียมการโอน ค่าประกัน รวมถึงต้องมองถึงค่าบำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จะตามมาในอนาคตอีกด้วย

เลือกรุ่นรถที่เหมาะกับคุณ

หาข้อมูลรุ่นรถที่ตรงกับความต้องการของคุณเอง พิจารณาจาก   ประเภทของรถ, ขนาด, จำนวนที่นั่ง, ประเภทเครื่องยนต์, ขนาดเครื่องยนต์, อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน, เทคโนโลยี ฟังก์ชั่นต่างๆ และระบบความปลอดภัยทีมี ดูว่ารถมือสองคันนี้ เหมาะสมกับตัวคุณและคนที่จะร่วมใช้งานรถคันนี้กับคุณมากแค่ไหน

ค้นหาข้อมูลรุ่นรถที่สนใจ

คุณควรต้องหาข้อมูลรุ่นรถที่คุณสนใจ และจะตอบโจทย์การใช้งานของคุณได้มากที่สุด ซึ่งปัจจุบันมีข้อมูลมากมายอยู่บนช่องทางออนไลน์ ที่ให้คุณหาข้อมูลได้โดยง่ายดาย โดยสิ่งที่คุณควรหาข้อมูลคือ รถมือสองคันนั้น อยู่ในงบประมาณที่คุณซื้อได้หรือเปล่า, การใช้งานดีอย่างไรบ้าง โดยหาได้ตามการรีวิวจากการใช้งานจริง ซึ่งมีกรุ๊ปของรถรุ่นนั้นอยู่บนช่องทาง Social Media หลายที่, ความนิยมของรถรุ่นนั้น, ความทนทาน และที่สำคัญคือ ข้อมูลการบำรุงรักษา ว่ามีความยุ่งยากไหม, หาสถานที่ซ่อมที่เป็นอู่นอกยากไหม (ในกรณีที่ไม่ต้องการนำรถเข้าซ่อมในศูนย์บริการ)

การตรวจสอบสภาพรถ

เมื่อได้รถที่ต้องการแล้ว สิ่งที่ควจทำคือการต้องไปดูรถคันจริง ควรตรวจสอบสภาพรถทั้งภายนอกและภายใน ดูรอยบุบ, รอยขีดข่วน, รอยสนิม, สภาพยาง   สภาพเครื่องยนต์, สภาพภายในห้องโดยสาร, การทำงานของระบบไฟ, ระบบปรับอากาศ   และระบบต่าง ๆ ให้ละเอียดครบถ้วน ซึ่งขั้นตอนนี้ มือใหม่อาจจะดูออกยากว่าสภาพของรถคันนี้สมบูรณ์จริงหรือไม่ ถ้าหามีเพื่อนหรือคนรู้จักที่เป็นช่าง หรือมีข้อมูลการตรวจสอบรถยนต์มือสองมาช่วยดูด้วย ก็น่าจะช่วยให้ขั้นตอนนี้ง่ายขึ้น แต่สุดท้ายแล้ว ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือขั้นตอนการทดลองขับ เมื่อคุณลองขับด้วยตัวคุณเองแล้ว จะพอรู้ได้เลยว่า รถคันนี้ คุณภาพดีมากพอที่คุณจะใช้งานหรือไม่นั่นเอง

ตรวจสอบประวัติรถยนต์

เมื่อตรวจสอบด้วยตัวเองจนพอใจแล้ว สิ่งต่อมาที่ควรตรวจสอบคือ การตรวจสอบประวัติของรถคันนั้น เพื่อให้แน่ใจว่ารถไม่มีปัญหาทางกฎหมาย ตรวจสอบเอกสารรถให้ครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน เช่น   เล่มทะเบียน, ใบโอนกรรมสิทธิ์, ใบรับรองผลตรวจสภาพรถ, ประวัติการซ่อมบำรุง โดยคุณสามารถสอบถามเกี่ยวกับทะเบียนรถ และเช็กประวัติทะเบียนรถกับกรมการขนส่งทางบก สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ 5 (จตุจักร) โทรศัพท์ 0-2271-8888 ได้เลย



สถานที่ในการซื้อรถยนต์มือสอง
ศูนย์ขายรถมือสองของค่ายรถยนต์
ปัจจุบัน มีค่ายรถยนต์หลายค่ายที่มีการเปิดศูนย์ขายรถมือสองด้วยตัวเอง อาทิ Toyota Sure, Isuzu Omakase car เป็นต้น ซึ่งรถมือสองที่จำหน่ายในศูนย์ประเภทนี้ จะมีการตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียด มีความโปร่งใสในการแจ้งข้อมูลของตัวรถอย่างมาก ดังนั้นคุณภาพรถที่ออกมานั้น จะมั่นใจได้แน่นอนว่าจะได้รถที่มีคุณภาพตามโฆษณา พร้อมกับมีรับประกันหลังการขายด้วยระยะหนึ่ง แล้วแต่ศูนย์นั้น ๆ จะให้มา อย่างต่ำก็น่าจะมีประมาณ 6 เดือน ข้อเสียอย่างเดียวของการซื้อผ่านศูนย์ขายรถมือสองของค่ายรถยนต์ก็คือ ราคาจะสูงกว่าในตลาดทั่วไปเล็กน้อยนั่นเอง

ตลาดรถยนต์ออนไลน์
เว็บไซต์รถมือสองในปัจจุบันนั้นมีมากมาย เช่น Carsome, Carro, Car Hero เป็นต้น ซึ่งเว็บไซต์เหล่านี้ก็จะมีการซื้อรถยนต์มือสองเข้ามาอยู่ในคลังของตัวเอง โดยจะตรวจสอบสภาพรถและซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่ดี ก่อนออกประกาศขายผ่านทางเว็บไซต์ของตัวเอง ซึ่งการซื้อผ่านช่องทางนี้ ก็จะมั่นใจได้ว่ารถจะอยู่ในสภาพที่ดี มีการรับประกันคุณภาพตามที่แต่ละแห่งกำหนดเอาไว้ และแน่นอนว่า ราคาอาจจะสูงกว่าตลาดทั่วไปเล็กน้อยเช่นกัน

เต็นท์รถมือสอง
ถือว่าเป็นตลาดขายรถยนต์มือสอง ที่อยู่คู่กับคนไทยมาเป็นเวลานานแล้ว ซึ่งรถมือ 2 ที่ขายในเต็นท์รถนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบซื้อมา-ขายไปแบบโอนลอย หรือหมายถึงผู้ขายเอารถมาเสนอที่เต็นท์รถ แล้วเต็นท์รถจะทำการซื้อรถในราคาที่ตกลงกัน จากนั้นจะให้เจ้าของรถทำการโอนลอยไว้พร้อมเก็บสมุดประจำรถเอาไว้ แล้วนำรถไปซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่ขายได้ เมื่อมีผู้ซื้อเข้ามาแล้วเลือกซื้อรถมือสองคันนั้นไป ก็จะทำการโอนโดยตรงจากเจ้าของเดิมไปยังเจ้าของใหม่เลย ข้อดีของการซื้อผ่านเต็นท์รถคือ ส่วนใหญ่จะได้ราคาตลาดที่แท้จริง และบางเต็นท์จะมีรับประกันคุณภาพรถให้บ้างเล็กน้อย (อาจจะ 3-6 เดือน) แต่ข้อเสียคือ ถ้าโชคร้ายเจอเต้นท์ที่ไม่ซื้อสัตย์ คุณอาจจะเจอรถย้อมแมวขาย รถไม่ได้คุณภาพตามที่บอก ดังนั้นการซื้อรถผ่านทางเต็นท์รถมือสอง แนะนำให้หาช่างที่รู้จักกัน หรือคนที่มีความรู้เรื่องรถยนต์มาช่วยดูให้ทุกครั้งก่อนซื้อ

ซื้อจากมือผู้ขายโดยตรง
เราจะเรียกตลาดนี้ว่ารถบ้าน โดยเจ้าของจะมีการประกาศขายเองผ่านช่องทางต่าง ๆ ข้อดีของการซื้อตรงจากผู้ขายที่เป็นเจ้าของรถตัวจริง และใช้รถก่อนหน้านี้จริง คือเราจะได้ราคาที่ถูกกว่าทั่วไป ต่อรองง่าย แต่ข้อเสียก็มีด้วยเช่นกันไม่ว่าจะเป็น ตัวรถจะถูกขายในสภาพที่ไม่มีการแก้ไขปรับปรุงชิ้นส่วนต่าง ๆ สักเท่าไหร่, เจ้าของไม่ดำเนินการเรื่องโอนรถให้ทั้งหมด, ไม่มีการรับประกันคุณภาพ และถ้าคนขายไม่ซื้อตรง ก็อาจจะพบปัญหาตัวรถที่แอบซ่อนอยู่ก็เป็นได้



สรุปหลังการตัดสินใจซื้อรถยนต์มือสอง
เอกสารและการจัดการ
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้รับเอกสารทั้งหมดที่จำเป็น เช่น ใบเสร็จรับเงิน สัญญาซื้อขาย, สมุดประจำรถ และเอกสารการโอนกรรมสิทธิ์
การจดทะเบียนและประกันภัย
ทำการจดทะเบียนรถยนต์, โอนรถยนต์ให้ชื่อผู้ครอบครองเป็นตัวคุณเองอย่างถูกต้อง, มีชื่ออยู่ในสมุดประจำรถ และจัดการเรื่องประกันภัยรถยนต์ให้เรียบร้อย ก่อนนำรถออกใช้งาน

เปลี่ยนกุญแจรถ
ใหม่ทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองให้หมดกังวลจากการโจรกรรม จึงควรเปลี่ยนกุญแจทั้งหมดทุกจุด เพื่อไม่ให้คนที่มีกุญแจเก่าสามารถไขเข้าไปในรถได้

 

การซื้อรถยนต์มือสองเป็นการตัดสินใจที่ต้องใช้ความรอบคอบและการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด หวังว่าคู่มือนี้จะช่วยให้คุณสามารถทำการตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย
หน้า: [1] 2 3 ... 10