กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
Sexy Room / (รูปภาพ เซ็กซี่ 18+) • Fah •
« กระทู้ล่าสุด โดย Hugball เมื่อ 29-06-22, 07:47:13 AM »












Model : Pimlita Jitaree
https://www.facebook.com/fah.lizza
IG : fahpimlita
Photographer : Mk Khom
2
Sexy Room / (รูปภาพ เซ็กซี่ 18+) • Bam •
« กระทู้ล่าสุด โดย Hugball เมื่อ 29-06-22, 07:44:53 AM »













Model : แบม ณัฐพร
https://www.facebook.com/bam.natta.50
Photographer : Mk Khom
3
Sexy Room / (รูปภาพ เซ็กซี่ 18+) • Baifern •
« กระทู้ล่าสุด โดย Hugball เมื่อ 27-06-22, 07:30:09 AM »








Model : Phitchamol Srijantanet
https://www.facebook.com/baifern.pyps
Photo : ปวีณ กุลเกษม
4
Sexy Room / (รูปภาพ เซ็กซี่ 18+) • Bomb •
« กระทู้ล่าสุด โดย Hugball เมื่อ 23-06-22, 09:15:10 PM »




































Model : B'Bomb Atomies
IG : bbomb_ss
Photographer : Phanit Arnamwong
5


ทำความรู้จักประเภทของอะไหล่รถยนต์ ว่ามีรูปแบบไหนบ้าง และเป็นอย่างไรบ้าง ใช้งานได้หรือไม่?

ถ้าเราไม่ใช่คนที่มีเงินถุงเงินถัง ที่สามารถเปลี่ยนรถใหม่ได้ก่อนที่จะถึงเวลาเปลี่ยนอะไหล่ หรือเอารถเข้าศูนย์บริการตลอดอายุการใช้งาน ก็ต้องพบกับประสบการณ์ที่ต้องเลือกเปลี่ยนอะไหล่รถยนต์ของเรา แต่อะไหล่ในตลาดที่วางขายอยู่นั้น มีหลายประเภท เวลาช่างจะเปลี่ยนทีก็จะถามเราว่า เอาแบบอะไหล่แท้, อะไหล่เทียบ หรืออะไหล่เทียมดี ถ้าไม่เข้าใจก็อาจจะทำให้เสี่ยงกับการได้อะไหล่ที่มีคุณภาพตามต้องการได้ วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่ามีอะไหล่ในรูปแบบไหนบ้าง



อะไหล่แท้

ชื่อบอกอยู่แล้วว่าเป็นของแท้ ที่ถูกผลิตจากโรงงานเดียวกับชิ้นส่วนที่ถูกประกอบลงบนรถยนต์ที่วางขายจริง อาจจะมีการตีตราหรืออาจจะไม่ได้ตีตราของยี่ห้อรถยนต์ก็ได้ คุณภาพเดียวกันกับที่ติดรถมาเลย ซึ่งราคาขายของอะไหล่ประเภทนี้ก็จะสูงกว่าทั่วไป โดยบางคนจะเรียกว่า “อะไหล่เบิกศูนย์” ถ้าใครพูดคำนี้ขึ้นมาให้รับรู้เลยว่า นี่คืออะไหล่แท้ของยี่ห้อนั้นเลย แต่ก็มีบางคนเรียกเหมือนกันว่าเป็นอะไหล่ OEM ที่ย่อมาจาก Original Equipment Manufacturer ซึ่งปกติแล้วอะไหล่พวกนี้จะตีตราเป็นยี่ห้อของตัวเอง แต่เป็นชิ้นส่วนเดียวกับที่ติดตั้งลงบนรถจริง ดังนั้นมันก็คืออะไหล่แท้ แต่ไม่ได้ตีตรายี่ห้อรถยนต์เท่านั้นเอง อะไหล่ประเภทนี้จะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานเทียบเท่ากับที่ติดตั้งลงมาบนรถยนต์ใหม่เลย



อะไหล่เทียบ

อะไหล่ประเภทนี้ จะเป็นชิ้นส่วนที่สามารถใช้งานทดแทนชิ้นส่วนของแท้ที่อยู่บนรถได้ อาจจะมีคุณภาพดีหรือแย่กว่าของแท้ก็ได้ แต่ราคาส่วนใหญ่จะ “ถูก” กว่าอะไหล่แท้เสมอ เป็นทางเลือกให้เจ้าของรถยนต์ใช้งานบนรถของตัวเองได้ โดยที่จ่ายเงินน้อยลงกว่าการเลือกใช้งานของแท้ ส่วนอายุการใช้งาน ก็ขึ้นอยู่กับอะไหล่ชิ้นนั้นว่า ผลิตขึ้นมาด้วยคุณภาพระดับไหน ถ้าเน้นผลิตมาเพื่อเอาราคาถูกเป็นสำคัญ คุณภาพก็จะต่ำ อายุการใช้งานก็จะลดลงตามมาด้วย แต่ถ้าต้องการผลิตมาเพื่อให้คุณภาพใกล้เคียงกับของแท้ ก็จะมีอยู่การใช้งานใกล้เคียงกับอะไหล่ของแท้ได้ด้วยเช่นกัน



อะไหล่ปลอม, อะไหล่เทียม

อะไหล่ประเภทนี้คือของที่ทำมาเลียนแบบอะไหล่แท้ มีการติดตรายี่ห้อของค่ายรถยนต์นั้นเลย แต่ผลิตมาด้วยคุณภาพต่ำกว่าพอสมควร ราคาก็ต่ำกว่ามากด้วยเช่นกัน ซึ่งการเลือกใช้งานอะไหล่ประเภทนี้ต้องเข้าใจว่า อายุการใช้งานของชิ้นส่วนก็จะน้อยลงตามไปด้วย และเนื่องจากอะไหล่ประเภทนี้เน้นต้นทุนต่ำ เลยอาจทำให้ชิ้นส่วนนั้นทำงานได้ไม่ดีมากพอ จนส่งผลให้มีการสูญเสียเพิ่มเติมต่อไปยังชิ้นส่วนอื่นก็ได้



อะไหล่ Aftermarket

จริง ๆ แล้ว อะไหล่ทั้งหมดที่ไม่ได้เป็นอะไหล่แท้ จะถูกรวมมาเป็นรูปแบบ Aftermarket แต่ทั้งนี้จะขอแยกออกมาเป็นอีกประเภทเลย โดยอะไหล่ประเภทนี้จะเน้น “คุณภาพ” ในเชิงการใช้งานที่สูงมากกว่าที่ติดตั้งมาบนรถ เช่น โช้คอัพ, หัวเทียน, หลอดไฟ ที่เมื่อติดลงไปแล้วจะทำให้การใช้งานรถคันนั้น ดี หรือ สะดวกมากกว่าเดิม ส่วนใหญ่แล้วราคาของอะไหล่แบบนี้ จะ “สูง” กว่าอะไหล่แท้ทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว เจ้าของรถที่เลือกใช้งานอะไหล่ประเภทนี้ จะรักในการ “แต่งรถ” ให้มีความสวยงามหรือในเชิงสมรรถนะ Performance ของตัวรถให้มากขึ้นนั่นเอง



อะไหล่เชียงกง, อะไหล่มือสอง

อะไหล่ที่ถูกเรียกว่าเชียงกงนั้น หมายถึงอะไหล่มือสองที่ถูกใช้งานไปแล้ว มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่ตามสภาพ ตามราคา ยังเป็นชิ้นส่วนที่ยังสามารถใช้งานได้อยู่ แต่อายุการใช้งานนั้นก็แล้วแต่ว่าของชิ้นนั้นจะอยู่ในสภาพใด โดยอะไหล่ประเภทนี้จะเป้นที่นิยมของผู้ที่มีเงินในการซ่อมรถไม่มากพอที่จะเปลี่ยนเป็นของใหม่ เพราะส่วนใหญ่แล้วราคาจะถูกกว่าอะไหล่เทียบด้วยซ้ำ และที่สำคัญคือใส่ในรถของเราได้แน่นอนเพราะอะไหล่จะเป็นของแท้เกือบทั้งหมด และอีกกลุ่มที่นิยมหาชิ้นส่วนอะไหล่เชียงกงมาใช้งาน ก็คือกลุ่มคนที่เล่นรถเก่า และไม่สามารถหาชิ้นส่วนบางชิ้นได้แล้ว เพราะทางยี่ห้อรถนั้นไม่ผลิตออกมาจำหน่ายต่อไป แหล่งที่มาของอะไหล่เชียงกง ก็อาจจะมาจากรถที่ประสบอุบัติเหตุหรือใช้งานจนไม่สามารถวิ่งต่อได้แล้ว แต่ยังมีอีกหลายชิ้นส่วนที่ยังใช้งานได้อยู่ เจ้าของก็เลยจัดการแยกชิ้นส่วนที่ยังใช้งานได้ออกมาขาย ดีกว่าปล่อยให้ผุพังไปตามกาลเวลา หรือไม่ก็เป็นการยกชิ้นส่วนรถเก่ามาจากต่างประเทศ โดยแหล่งนำเข้าที่มากที่สุดก็จะเป็นการนำเข้าจากญี่ปุ่น เพราะคนญี่ปุ่นนิยมที่จะใช้รถไม่มากกว่าขับไปซ่อมไปนั่นเอง

อะไหล่บิ๊ว

อะไหล่ประเภทนี้จะเป็นการนำเอาชิ้นส่วนเก่านำมาซ่อมให้ใช้งานได้ โดยมีการเปลี่ยนชิ้นส่วนบางอย่าง เช่น คอมเพรสเซอร์แอร์บิ๊ว, ไดร์สตาร์ทบิ๊ว, เกียร์บิ๊ว เป็นต้น อะไหล่พวกนี้ถึงแม้ว่าชิ้นส่วนภายนอกจะเป็นของเก่า แต่ภายในส่วนใหญ่จะถูกเปลี่ยนให้เป็นของใหม่ จนสามารถใช้งานได้ใกล้เคียงกับของใหม่เลย แน่นอนว่าราคาก็จะถูกกว่าของใหม่เบิกห้างพอสมควร แต่ราคาก็จะสูงกว่าของที่เป็นอะไหล่เชียงกง เป็นที่นิยมของคนที่มีกำลังเงินในกระเป๋ามีในระดับปานกลาง ไม่มากพอที่จะซื้อของแท้เบิกห้างได้ แต่ยังอยากได้คุณภาพของอะไหล่ที่ดีอยู่นั่นเอง
6


ปรับราคาใหม่ !! รถไฟฟ้า ORA Good Cat ปี 2022 ในไทย ต่ำกว่าล้านบาท

ล่าสุดทาง Great Wall Motor ในฐานะผู้จำหน่ายรถไฟฟ้า ORA อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้ทำการปรับราคาจำหน่ายของรถไฟฟ้าใหม่รุ่นนี้ โดยมีการปรับราคารถลงทั้ง 3 รุ่น ราคาเริ่มต้นแต่ละรุ่นไม่เกินล้านบาท เรียกได้ว่าเพิ่มความน่าสนใจขึ้นอีกเลยทีเดียว



สำหรับรถใหม่อย่าง ORA Good Cat ครั้งนี้ ปี 2022 มีการปรับราคาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการรวมทั้งหมด 3 รุ่น โดยมีราคาออกมาดังนี้
- ORA Good Cat 400 Tech จาก ราคา 828,500 บาท เป็น 763,000 บาท
- ORA Good Cat 400 Pro จากราคา 898,500 บาท เป็น 828,500 บาท
- ORA Good Cat 500 Ultra จากราคา 1,038,500 บาท เป็น 959,000 บาท



สำหรับสเปกรถไฟฟ้า ORA Good Cat ทั้ง 3 รุ่น สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.autodeft.com/deftscoop/ora-good-cat-spec-for-thailand-2021
7
Motor Zone / เปิดราคาแล้ว Honda Civic e:HEV ใหม่ เริ่ม 1,129,000 บาท
« กระทู้ล่าสุด โดย Hugball เมื่อ 19-06-22, 11:04:12 AM »


เปิดราคาแล้ว Honda Civic e:HEV ใหม่ เริ่ม 1,129,000 บาท

ล่าสุดค่ายรถยนต์ ฮอนด้า ในไทย ประกาศราคาพร้อมเปิดจำหน่าย Honda Civic e:HEV ใหม่แล้วเรียบร้อย กับขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV ทรงพลังและประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม และ Honda SENSING ทุกรุ่นย่อย



โดยสำหรับ Honda Civic e:HEV ใหม่ มาพร้อมราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
- รุ่น e:HEV RS ราคา 1,259,000 บาท
- รุ่น e:HEV EL+ ราคา 1,129,000 บาท

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศราคาพร้อม เปิดจำหน่าย ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี ใหม่ อย่างเป็นทางการ โดยรุ่น e:HEV RS ราคา 1,259,000 บาท และรุ่น e:HEV EL+ ราคา 1,129,000 บาท ตอกย้ำความเป็นยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดานไอคอนที่ตอบสนองการขับขี่ในชีวิตประจำวัน และขับเคลื่อนตลาดรถยนต์คอมแพคท์ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น ด้วยเทคโนโลยีการขับเคลื่อน
ขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ใหม่ ขนาด 2.0 ลิตร Direct Injection Atkinson-Cycle DOHC มอบแรงบิดมอเตอร์สูงสุด 315 นิวตัน-เมตร ให้อัตราประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 25 กิโลเมตร/ลิตร และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) มาพร้อมดีไซน์สปอร์ต โฉบเฉี่ยว และหรูหรามากยิ่งขึ้นทั้งภายนอกและภายใน ห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายด้วยเบาะนั่งด้านหลังแยกพับแบบ 60:40 เพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ พร้อมช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง สะดวกสบายเหนือกว่ากับระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะพร้อม Honda Smart Key Card ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย พร้อมตั้งเป้าจำหน่ายมากกว่า 8,000 คัน ภายในหนึ่งปีนับจากการเปิดตัว



นายโนริยุกิ ทาคาคุระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “หลังจากที่ ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี ใหม่ ได้เผยโฉมครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทยในงานมอเตอร์โชว์ 2022 ที่ผ่านมา ก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมด้วยยอดจองสิทธิ์จากลูกค้าทั่วประเทศ สะท้อนความเชื่อมั่นและไว้วางใจต่อแบรนด์และยนตรกรรมในกลุ่ม e:HEV ของฮอนด้า ซึ่งเป็นยนตรกรรมไฮบริดพลังงานทางเลือกที่ลงตัวกับการใช้งานจริงในปัจจุบัน เพราะให้ทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง และอัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม พร้อมที่จะเชื่อมไปสู่การขับเคลื่อนแห่งอนาคต ตามเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2593 ของฮอนด้า
ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ สร้างสังคมปลอดมลพิษให้เกิดขึ้นจริง และด้านความปลอดภัย ที่มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง เพื่อมุ่งไปสู่สังคมปลอดอุบัติเหตุ ทั้งนี้การเปิดตัวฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี ใหม่ จะเสริมความแข็งแกร่งให้ไลน์อัป ฮอนด้า ซีวิค และยนตรกรรมในกลุ่ม e:HEV ของฮอนด้าให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น และมั่นใจว่าจะครองตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์คอมแพคท์ได้อย่างต่อเนื่อง”

พร้อมข้อเสนอพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2565 – 31 กรกฎาคม 2565 รับดอกเบี้ย 2.59%** พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรี เสื้อแจ็กเกต e:HEV มูลค่า 500 บาท** นอกจากนี้ ยังมอบแคมเปญพิเศษด้านการบริการหลังการขาย เพื่อเสริมความมั่นใจในการขับขี่ ได้แก่
•    รับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี
ไม่จำกัดระยะทาง**
•    ฟรีค่าแรงในการเช็กระยะเป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
มูลค่า 7,158.50 บาท



ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี ใหม่ ยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดานไอคอน มาพร้อมดีไซน์การออกแบบที่เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายของความสปอร์ตพรีเมียมในทุกมุมมอง โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่บ่งบอกความเป็นยนตรกรรมไฮบริดที่ชัดเจนด้วยโลโก้ H Mark ตกแต่งกรอบสีฟ้า และสัญลักษณ์ e:HEV ที่ด้านท้าย โดดเด่นด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าสไตล์สปอร์ต และมือจับประตูด้านนอกสีเดียวกับตัวรถตกแต่งด้วยโครเมียม ไฟหน้าตกแต่งด้วยโครเมียมพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟตัดหมอกคู่หน้าและไฟท้ายแบบ LED สไตล์เอกลักษณ์เฉพาะตัว เสาอากาศแบบครีบฉลาม และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วสีใหม่ ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกล้ำสมัย ที่จะเชื่อมต่อคุณและรถยนต์ให้เป็นหนึ่งเดียวด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีที่หลากหลาย* อาทิ มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สายและ Android Auto พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ช่องปรับอากาศและช่องเชื่อมต่อ USB 2 ตำแหน่งสำหรับผู้โดยสารตอนหลังเป็นต้น

ยกระดับความสปอร์ตพรีเมียมในรุ่น e:HEV RS ด้วยดีไซน์สุดเอกซ์คลูซีฟรอบคัน  โดดเด่นด้วยกระจังหน้าตกแต่งด้วยโครเมียม พร้อมสัญลักษณ์ RS กันชนหน้าดีไซน์สปอร์ต ไฟหน้าตกแต่งด้วยโครเมียมพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟตัดหมอกคู่หน้าและไฟท้ายแบบ LED  กระจกมองข้างสีดำ มือจับประตูด้านนอกสีดำตกแต่งด้วยโครเมียม เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ สปอยเลอร์หลังสีดำพร้อมสัญลักษณ์ RS ด้านท้าย ท่อไอเสียพร้อมปลอกท่อไอเสีย และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 18 นิ้ว  ภายในห้องโดยสารสะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมด้วยเบาะหนังกลับและวัสดุสังเคราะห์ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง เบาะนั่งด้านหลังแยกพับแบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมภาระ (เฉพาะรุ่น e:HEV RS) แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต  พร้อมเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกล้ำสมัยและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน อาทิ ระบบควบคุมเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสารครั้งแรก

ในฮอนด้า ซีวิค ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะพร้อม Honda Smart Key Card ดีไซน์เรียบหรู พกพาสะดวก ให้คุณล็อกและปลดล็อกรถได้อย่างสะดวกสบายเพียงแค่พกการ์ดไว้กับตัว ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย และ Android Auto พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา ช่องปรับอากาศและช่องเชื่อมต่อ USB 2 ตำแหน่งสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เทคโนโลยีเชื่อมต่อรถยนต์ที่ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน เป็นต้น



ฮอนด้า ซีวิค อี:เอชอีวี ใหม่ มาพร้อมขุมพลังขับเคลื่อนแบบฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ได้แก่ มอเตอร์ที่ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า (Motor Generator) และมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ (Motor Drive) กับเครื่องยนต์ใหม่ ขนาด 2.0 ลิตร Direct Injection Atkinson-Cycle DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว ผสานการทำงานกับเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน มอบกำลังมอเตอร์สูงสุด 184 แรงม้า ที่ 5,000 - 6,000 รอบต่อนาที ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดมอเตอร์สูงสุด 315 นิวตัน-เมตร ที่ 0 - 2,000 รอบต่อนาที ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง
25 กิโลเมตร/ลิตร และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 96 กรัม/กิโลเมตร ทั้งนี้ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด เหมาะสมกับการขับขี่ในทุกสถานการณ์ ใน 3 โหมด ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) โดยมาพร้อมกับสวิตซ์ฟังก์ชัน Drive Mode ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ตามสไตล์ได้อย่างง่ายดาย ได้แก่ โหมดการขับขี่แบบประหยัด (ECON Mode) โหมดการขับขี่แบบปกติ (Normal Mode) และ โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Mode)

มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า
ช่วยตรวจจับรถยนต์และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการทำงานหลัก ๆ ดังนี้
•    ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
•    ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
•    ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
•    ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
•    ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
•    ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)



พร้อมด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยล้ำสมัย* อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)  ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor)  กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera)  ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold  ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)  ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมเตือนผู้โดยสารด้านหลัง (Front Passenger and Rear Seat Belt Reminder) และไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)  ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors)  เสียงเตือนคนภายนอกรถขณะขับขี่โหมดมอเตอร์ไฟฟ้า (AVAS)  และอุปกรณ์อุดการรั่วซึมของยางชั่วคราว (TPRK) เป็นต้น

สำหรับสีภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น e:HEV RS สีดำคริสตัล (มุก) สีขาวแพลทินัม (มุก) สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีฟ้ามอร์นิงมิสต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น e:HEV EL+ และสีภายในของรุ่น e:HEV EL+ มีทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีเทาเบจ ซึ่งขึ้นอยู่กับสีภายนอก โดยรุ่น e:HEV RS สีภายในจะเป็นสีดำเท่านั้น
8


Test Drive: รีวิว ทดลองขับ ORA Good Cat GT รถไฟฟ้าตัวแต่ง แรงกว่าเดิม เปิดราคา 29 มิถุนายนนี้แน่นอน

คลิปนี้ EARTH AUTODEFT จะพาทุกคนไปทดลองขับรถไฟฟ้าเหมียวแสนดี ORA Good Cat GT ที่มาพร้อมชุดแต่งและกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าที่แรงกว่าเดิม แต่แน่นอนว่าจะยังไม่มีการประกาศราคาออกมาตอนนี้ โดยทาง GWM จะทำการประกาศราคาอีกครั้งในวันที่ 29 มิถุนายนนี้ วันนี้เรามาดูกันก่อนว่ารถไฟฟ้าคันนี้ขับดีขึ้นขนาดไหน และอัตราเร่ง 0-100 ในโหมดใหม่ Launch Control จะได้เวลาเท่าไหร่ ลองตามมาดูกันได้เลย

9
Sexy Room / (รูปภาพ เซ็กซี่ 18+) • Monica •
« กระทู้ล่าสุด โดย Hugball เมื่อ 13-06-22, 09:26:35 PM »











































Her : Soraya Upaiprom
Ig : https://www.instagram.com/aumamii26
10
Sexy Room / (รูปภาพ เซ็กซี่ 18+) • Mutmai •
« กระทู้ล่าสุด โดย Hugball เมื่อ 13-06-22, 09:22:32 PM »









































Her : Mutmai Miraruch Amornwarayos
Ig : https://instagram.com/bunny.mutmai
หน้า: [1] 2 3 ... 10